ผิวลายขนมปังปิ้ง
ที่สวิสเซอร์แลนด์แดนนมเนยก็เคยมีกรณีชี้ว่าคอมพิวเตอร์แบบ “ตั้งตัก” นี้มีฤทธิ์ร้ายขนาดทำให้คนต้องเข้าโรงพยาบาลมาแล้ว นั่นคือมีเด็กชายรายหนึ่งอายุราว 12 ปีถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพาเข้ารับการตรวจใหญ่เหตุเพราะมีรอยไหม้เกิดขึ้นที่หน้าตักเป็นแผลกว้างกินไปถึงขา 2 ข้างและยังทำท่าจะลามไปถึงหัวเข่า
รอยเผานี้เกิดจากคอมพิวเตอร์ตั้งตักครับ
เพราะเมื่อคุยกันไปมากับพ่อหนู จึงได้รู้ว่าแต่ละวันนั้นหนุ่มน้อยรายนี้นั่งหน้าทิ่ม “จิ้ม” แต่คอมพิวเตอร์เพื่อเล่นเกมส์จนเข้าขั้น “ติด” พอคิดจะไปที่ไหนก็จะหอบคอมพิวเตอร์ส่วนตัวนี้ไปด้วย นั่งแหมะตรงไหนก็กางออกมา “ตั้งตัก” แล้วก็นั่งเล่นอยู่ได้ทีละหลายๆชั่วโมงจนตกพัง
แต่ก็ยังสู้ทน ฝืนเล่นต่อทุกวันไม่มีเบื่อ เมื่อหนักเข้าก็ทำให้บริเวณหน้าตักซึ่งเป็นที่วางพักคอมพิวเตอร์นั้นทนรับความร้อนไม่ไหวเลยเกิดอาการผิวไหม้รุนแรงขึ้นมาเป็นรอยตารางประหลาด จนหมอฝรั่งที่เขาพบลักษณะนี้ตั้งฉายาว่า “กลุ่มอาการผิวลายขนมปังปิ้ง(Toasted skin syndrome, Erythema Ab Igne)”
ฟังน่ากิน แต่จริงแล้วน่ากลัวมากครับ
เพราะสำหรับอุณหภูมิจากคอมพิวเตอร์เครื่องจิ๋วนั้นเวลาร้อนจัดมันสูงได้ถึง 52 องศาเซลเซียส!
เพื่อให้ท่านที่รักเห็นภาพชัดก็ขอเปรียบกับว่าท่านวางกาน้ำชาร้อนไว้บนหน้าตัก
เหมือนกับเปิดเครื่องทำน้ำร้อนที่ขีดสุดให้ราดตัวอยู่นานเป็นชั่วโมง!
ผิวจะสุกเกรียมได้กลายๆเหมือนกับถูกย่างด้วยไฟอ่อนๆ
ลองนึกภาพปลาหมึกบดที่เอามาอังไฟอ่อนๆบนเตาถ่านฟังแล้วน่าสงสารพ่อหนูจับใจ อย่างสมัยก่อนนั้นพบได้ในฝรั่งที่ชอบนั่งหน้าเตาผิงแล้วแหย่ขาไปใกล้เพื่ออาศัยไอร้อนจัด โดยเฉพาะคนมีอายุหน่อยเพราะไม่ค่อยรู้ร้อนมาก แต่หนาวนี่รู้เป็นหลักแถมยังเย็นจับใจเข้ากระดูกทีเดียว บางท่านพอได้ไออุ่นจากเตาผิงเลยเผลอหลับไปปล่อยให้ไอร้อนแผ่เข้ามาย่างขาย่างหน้าตักจนไหม้ได้
ถ้าเปรียบไปกับคนแก่บ้านเราก็พอมีอยู่เพราะจำได้ว่าคุณแม่เล่าให้ฟังครั้งไปค่ายอาสาฯสมัยเป็นนิสิตว่ายามหนาวที่เขาผิงไฟกันนั้น คนแก่ๆท่านน่าสงสารเพราะไม่ค่อยรู้ร้อน ต้องอาศัยกระเถิบเข้าไปใกล้กองไฟจนบางท่านคิ้วไหม้ แต่แผ่นหลังก็ยังเย็นเฉียบอยู่ ดูน่าจะเกิดอาการ “เผาตัว” เช่นนี้ได้เหมือนกัน
เล่น(คอมพ์)ไม่ลุก ต้องทุกข์หนัก
ถ้ายังพอจำได้เมื่อไม่กี่ปีที่แล้วเคยมีคุณป้าฝรั่งท่านหนึ่งไปซื้อกาแฟจากร้านฟาสต์ฟู้ดเจ้าดังแล้วปรากฏว่ามันหกรดหน้าตักจนกลายเป็นแผลพุพองกว้างจนเป็นเรื่องฟ้องร้องกัน สำหรับกรณีหนูน้อยชาวสวิสนี้ก็ไม่ต่างกันเลยครับและออกจะดูน่าห่วงกว่า
เพราะว่าเรื่องผิวพังจากคอมพิวเตอร์นี้เป็นเรื่องวงกว้าง เป็นเสมือนภัยเงียบที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ใช้แต่ไม่ค่อยได้กลัวกันมาก หนึ่งเพราะเห็นเป็นคอมพิวเตอร์ไม่น่ามีพิษภัยมาก กับสองก็คือพอใช้ไปแล้วมันเพลินก็กดคอมเม้นต์เล่นเฟซบุ้ค สนุกปลูกผักกันหน้าจอ ระหว่างรอรถเมล์ รถกาแฟก็เล่นไปได้ หน้าตักไหม้ไม่รู้ตัว
เรียกว่าเล่นจริง เจ็บจริงกันหมดหน้าตักไม่รู้ตัว ตอนนี้ฝรั่งเริ่มกลัวกันแล้วเพราะจากการค้นดูในกรณีศึกษา(Case report)ที่มีรายงานจากทั่วโลก ก็ปรากฏว่ามีปรากฏการณ์ “โน้ตบุ้ครังแกฉัน” อยู่ไม่น้อย ที่โดนหนักหน่อยก็มีถูกความร้อนจัดจนตักไหม้ไป 1 ราย(Skin burn advanced degree) และอีก 9 รายนั้นเกิดรอยแดง(Erythema)อย่างน่ากลัว
จริงแล้วเรื่องตัวคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะตั้งตัก,ตั้งโต๊ะหรือการเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นของดีที่ฝึกสมองได้อย่างเป็นเลิศ แต่พอเกิดเรื่องขึ้นมาแล้วก็กลับถูกมองว่าเป็นราวกับ “ผู้ร้ายไฮเทค”
ซึ่งเมื่อเช็คดูให้ดีแล้วก็มาจากตัวคนเรานี่เองแหละครับ ที่ระงับใจไว้ไม่ได้ เล่นกันหนักเกินไปข้ามวันข้ามคืนคอมพิวเตอร์มันก็คงอยากร้องอุทธรณ์บ้างว่าเล่นกันจนร้อนแทบไฟลุกแล้วพอมีทุกข์ก็มาโทษฉัน ต่อไปถ้ามันฉลาดเข้ามากๆก็อาจเข้าไปโพสต์ในอินเตอร์เน็ตตั้งเว็บร้องทุกข์คนใช้เอาบ้างก็ได้
ดูไปเรื่องไฮเทคนี้ไม่ว่าจะสามจี สี่จีหรือแล็ปท็อปก็ดี ดูไปแล้วแสนวุ่น แม้มีหลายรุ่นหลายเครือข่ายแข่งกันให้ข้อมูลข่าวสารกับผู้ใช้ได้ทวีปัญญา แต่ก็ไม่หาง่ายใช้ง่ายเท่าหนังสือที่เปี่ยมคุณค่าทั้งสาระและเบาสมองอย่างคู่สร้างคู่สมที่ค่าชมเพียง 20 บาท แต่ให้ประโยชน์เกินคุ้มทุกมุมโลกไม่ว่าจะตั้งตัก, ตั้งโต๊ะ, ตั้งเตียง หรือตั้งอ่านที่ไหนๆ
ก็ให้ความสุขและความรู้อันไพศาลได้ไม่จำกัดที่ครับ.
ที่มา : www.dailynews.co.th





