กลับหน้าแรก บอกเพื่อน :

ภัยเงียบของสาวออฟฟิศ!




 

 

 

การสวมรองเท้าส้นสูงตามเทรนด์แฟชั่น สะพายกระเป๋าหนักติดเป็นนิสัย ชอบเดินช็อปปิ้งเป็นเวลานานๆ และนั่งติดหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นภัยเงียบของสาวทำงานยุคใหม่ ที่ก่อให้เกิดปัญหาโครงสร้างร่างกายผิดรูป หากปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้าก็จะนำไปสู่โรค “หมอนรองกระดูกเสื่อม” และระบบปลายประสาทอักเสบ

 

“ดร.มนต์ทณัฐ โรจนาศรีรัตน์” ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ไคโรเมดสหคลินิก ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับภัยเงียบจากปัญหาโครงสร้างร่างกายผิดรูป ซึ่งคุกคามสาวๆในทุกช่วงวัย โดยอธิบายว่า พฤติกรรมของผู้หญิงยุคปัจจุบันมีความเสี่ยงต่ออาการปวดของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ รวมไปถึงความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน หรือเสื่อม และบานปลายจนกลายเป็นการกดทับของเส้นประสาท อาการเหล่านี้ล้วนเกิดจากความเคยชินที่ผิดๆในชีวิตประจำวัน เช่น การใส่รองเท้าส้นสูงมากกว่า 2 นิ้วขึ้นไป การนั่งทำงานนานๆติดต่อกันหลายชั่วโมง การนั่งขับรถนานๆ ตลอดจนการเดินช็อปปิ้งติดต่อกันหลายชั่วโมง และสะพายกระเป๋าหนักเกินไป

 

จากการวิจัยของนักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยไอโอวา ยืนยันความจริงที่ว่า การเดินด้วยรองเท้าส้นสูงเป็นเวลาต่อเนื่องหลายชั่วโมง จะทำให้เกิดแรงกดทับที่ข้อเท้า ส่งผลให้เกิดแรงกระแทกขึ้นไปกดดันภายในหัวเข่า ในที่สุดก็จะทำให้ข้อเสื่อม และเกิดแรงเค้นที่แผ่นหลังส่วนล่าง ส่งผลให้โครงสร้างร่างกายเสียสภาพจากแนวที่สมดุล และเกิดการรับน้ำหนักมากเกินไปของกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ

 

สำหรับอาการที่บ่งชี้ถึงการมาเยือนของภัยร้าย “ดร.มนต์ทณัฐ” บอกว่า ในช่วงแรกจะมีอาการปวดล้ากล้ามเนื้อและตึง เมื่อผ่านไปได้ 3 เดือน อาการจะรุนแรงขึ้นและถี่ขึ้น โดยจะรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดศีรษะควบคู่ไปด้วย เพราะร่างกายทำงานหนักเกินไป หากปล่อยทิ้งไว้โดยยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ในที่สุดก็จะส่งผลให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกและข้อเสื่อม ยิ่งมีอาการเรื้อรังไปนานๆจะทำให้ระบบเส้นประสาทบริเวณปลายประสาทเกิดการอักเสบ

 

อย่างไรก็ดี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญตัวจริง “ดร.มนต์ทณัฐ” แนะนำว่า ควรป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนสายเกินแก้ โดยทางที่ดีที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน เริ่มจากการเปลี่ยนมาใส่รองเท้าที่สูงไม่เกิน 2 นิ้ว เวลาสะพายกระเป๋าให้สลับข้าง อย่าให้ น้ำหนักของกระเป๋ากดทับไหล่ข้างใดข้างหนึ่งนานเกิน ไป เวลานั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุก 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายจากอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ที่สำคัญควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ และรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

 

ที่มา : www.thairath.co.th

Comments are closed.