กลับหน้าแรก บอกเพื่อน :

เค้าตามมา….




 

 

เรื่องมันเกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งนึงในจังหวัดสมุทรสาคร ถ้าจะพูดให้ถูกคือหมู่บ้านจัดสรรน่ะครับ
หมู่บ้านมันระยะห่างจากทางเข้าหมู่บ้านมันเนี่ยค่อนข้างไกลนะ ประมาณ 5-6 โลได้ เนื่องจากเปนหมู่บ้านใหม่ คนยังไม่ค่อยมี แล้วเค้าสร้างบ้านจากในสุดออกมาก่อน มันเลยทำให้ช่วงหน้าๆหมู่บ้านตอนดึกๆเปลี่ยวมาก จะเข้าจะออกคือต้องนั่งรถออกมาไม่ก็จ้างแท็กซี่ขาประจำเข้าออกเท่านั้นครับ

 

วันนั้นมันเปนวันเกิดเพื่อนผม ก็เฮฮาตามประสาเด็กผู้ชายวัยรุ่นทั่วๆไป เตะบอล แกล้งกันบ้างเป็นธรรมดาไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ มาเริ่มเรื่องจริงๆคือ ตอนที่นั่งกินสปาเกตตี้อยู่ที่ศาลาบ้านมัน
ไอ้โต้ง เพื่อนผมหนึ่งใน 6-7 คนนั้นมันก้อเริ่มเรื่องผีขึ้นมาครับ โม้บ้าง ดัดแปลงบ้าง กุขึ้นมามั่ง เพื่อให้ขนลุกขนพองสนุกสนานตามประสาวัยรุ่นกันพอสมควร ทีนี้ไอ้ต้น เจ้าของวันเกิดมันก้อบอกขึ้นมา

 

“พวกเมิงอยากเจอผีใช่ปะ? เห็นตอนที่พวกเมิงนั่งแท็กซี่เข้ามามะ? ไอ้ทางสามแพร่งนั่นน่ะ มันเคยมีคนถูกฆ่าตายทั้งครอบครัว อยากเจอมากเมิงเอาสิไปนั่งแล้วเอาจานข้าวไปเคาะ เมิงได้เจอแน่ๆ”

 

พอมันพูดจบ ทีนี้เงียบกันล่ะครับ แล้วก้อนั่งเล่ากันต่อไปนานพอสมควรจนแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวตัวผมก็ไม่ได้คิดจะลองดีอะไรหรอกนะครับจนกระทั่งเรื่องมันเกิด
ตอนนั้นจำได้แม่นครับ 5ทุ่มครึ่งพอดี นั่งเล่นวินนิ่งกับเพื่อนอีก 3-4 คนอยู่ตรงทีวีบ้านไอ้ต้นมัน ไอ้โต้งกับไอ้เก๋า วิ่งกลับมาครับ หน้าตื่นเหมือนเจออะไรซักอย่างมา
ไอ้ต้นมันเลยออกไปเปิดประตูเอามันเข้ามา ตอนที่มันอยู่หน้าประตู มันเหลียวซ้ายแลขวา แล้วสะดุ้งเป็นระยะๆ ใครเคยเห็นพวกติดยาก็คงรู้นะครับ อาการมันจะเป็นยังไง
พอเอามันเข้ามาในบ้าน มันก็ยังเป็นยังงั้นอยู่แหละครับ กุมพระแน่น ไม่ปล่อย เหงื่อตกซิกๆปากสั่น ผมก็ งงๆ ปนเสียวๆนิดนึง กัวว่ามันจะไปทำอะไรมา ก็เลยถามมันดูครับ

 

“พวกเมิงไปทำบ้าอะไรกันมาเนี่ย? ยังกะคนอยากยา”

 

ถามมันก็ไม่พูดครับ ผมก็ไม่สนใจ คิดว่ามันคงไปโดนหมาแถวนี้ไล่กัดมามั้ง ซักประมาณ เที่ยงคื่นกว่าได้ หมามันหอนครับ…พวกผมนั่งๆกันอยู่ เอาล่ะสิ ขนลุกกันแบบไม่ได้นัดกันเลย ไอ้สองตัวนั้นตอนนี้หนักกว่าเดิมครับ เห็นแล้วสงสารอะ มันไม่น่าจะเป็นขนาดนี้นิ แต่อยู่ดีๆลมมันก้อดันพัดเข้าประตูมุ้งลวดมา ผมก้อเดินไปจะไปปิดประตูมันอะคับ บ้านมันเนี่ยมีประตูใหญ่แล้วค่อยเปิดประตูมุ้งลวดเข้ามาเป็นตัวบ้าน นึกออกนะครับ ทีนี้ในจังหวะที่ผมกำลังปิดประตู ไอ้เก๋ามันดันตะโกนขึ้นมาเสียงดังมาก

 

“มันมา…มันตามมมา!!”

 

 
เอาล่ะสิ..หน้าซีดทั้งหมู่คณะเลยครับ ไอ้ต้นกับไอ้ต้ะก้อถามว่าอะไรตามพวกเมิงมา มันก้อพูดอยู่อย่างงั้น ไอ้โต้งก้อไม่ยอมตอบ เอาแต่ถอยไปจนติดกำแพง มือมันก็จิกพรมบนพื้นอยู่หยั่งงั้น ปากก็ร้องกันไม่หยุด พวกผมมองหน้ากันก็พอนึกออกครับ ว่ามันต้องไปทำอะไรแผลงๆมาแน่ เลยให้ไอ้ต้นโทรเรียกแท็กซี่ พอแท็กซี่มาพวกผมก็เข้าไปคว้าไอ้ 2 คนนั้นขึ้นรถครับ
แต่ไอ้ตอนที่ผมไปคว้าพวกมันนี่สิ มันสะบัดมือผมครับ ปากก็ตะโกนๆว่า

 

“อย่าเข้ามา กุกัวแล้ว อย่าทำอะไรกุเลย ไม่เอา…”

 

กว่าพวกผมจะจับพวกมันยัดเข้ารถได้ปาเข้าไปเกือบๆ 20 นาทีแน่ะ…
พอขึ้นรถได้ผมก็บอกคนขับให้ไปวัดที่มันใกล้ที่สุด ที่มันอยู่เลยจากหมู่บ้านไปเกือบๆ 20โลได้ ตอนอยู่บนรถมันก็เอาหน้าซุกเบาะ บางทีก็ร้องให้ บางทีก็โวยวาย อย่าว่าแต่พวกผมกลัวเลยครับ คนขับยังพลอยกลัวไปด้วยเลยบางทีมันก็ตะโกนออกมานะครับว่า “มันตามมมา…มันตามมา” ผมก็หันไปมองข้างหลังก็ไม่เห็นมีอะไรแต่ผมมาแน่ใจว่าเพื่อนผมมันถูกตามมาแน่ ก็ตอนลงจากรถแท็กซี่ที่หน้าวัดเนี่ยแหละ ตอนลากมันลงมาผมกับไอ้ต้นดันไปมองตรงถนนด้านหลังรถพอดีครับ ที่ผมเห็นเหมือนจะตรงกับมัน คือ ผมเห็นผู้หญิงน่าจะอายุประมาณ 20 ปีได้ ผมยาวครับ อันนี้ชัดมากคือผมยาว ยืนก้มหน้า อยู่กลางถนนเลยครับ ห่างจากวัดไปประมาณ 30 เมตรได้ มือยกชี้นิ้วมาทางไอ้โต้งกับไอ้เก๋าครับ ตอนนั้นบอกได้เลยว่า ขนลุกครับ
มือเย็น รู้สึกได้ด้วยว่าเท้ากับขาเย็นเฉียบ ปากเริ่มสั่น รู้สึกตัวตอนไอ้ต้ะมันมาตบหลังเนี่ยแหละครับ ไม่รอช้าผมรีบแบกพวกมันเข้าไปในวัด ระหว่างทางเจอเด็กวัดกำลังเดินกลับไปหอนอน พวกผมเลยบอกว่ารบกวนน้องช่วยไปนิมนต์หลวงพ่อมาให้พวกพี่หน่อย เรื่องด่วนมาก
พอหลวงพ่อมาถึง หลวงพ่อไม่ได้มองพวกผมก่อนนะครับ มองออกไปตรงถนน แล้วค่อยหันดูไอ้เก๋ากับไอ้โต้งก่อนจะถามพวกผมว่า

 

“โยมไปทำอะไรให้สีกาตนนั้นตามมากันล่ะ”

 

ขนลุกกันทั้งวง ยกเว้นไอ้โต้งกับไอ้เก๋าเพราะสำหรับพวกมัน ขนลุกคงไม่พอมั้งครับ พวกผมก็เลยเล่าเรื่องจากตั้งแต่ที่บ้านให้หลวงพ่อท่านฟัง ท่านก็เลยบอกให้พวกผม ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ครอบครัวนั้น เพื่อที่พวกเค้าจะได้ไปสู่สุขคติโดยเร็วไว ไม่ต้องทนทุกข์อยู่ในโลกนี้อีก จากนั้นหลวงพ่อก็พรมน้ำมนต์ ท่องบทสวดให้ไอ้โต้งกับไอ้เก๋า จนมันค่อยๆดีขึ้น แต่คืนนั้นตอนนั่งแท็กซี่กลับบ้านไอ้ต้นกัน เชื่อมั้ยครับ…พวกผมแทบหาแท็กซี่กลับไม่ได้กันเลย ขับเข้ามาใกล้ๆแล้วก็รีบพุ่งออกไปแทบทุกคัน ไม่มีใครกล้าจุดประเด็นเลยครับ บอกตามตรง…ตอนนั้นกลัวขนลุกกันแทบทุกคน

 

 

ที่มา board.palungjit.com

 

 

Comments are closed.